วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
ความเป็นมา
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เริ่มขึ้นเมื่อประมาณต้นทศวรรษที่ 1970 โดยเริ่มจากการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงาย และในช่วงเริ่มต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น บริษัทเล็กๆ มีจำนวนไม่มากนัก ต่อมาเมื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange-EDI) ได้แพร่หลายขึ้น ประกอบกับคอมพิวเตอร์พีซีได้ม ีการขยายเพิ่มอย่างรวดเร็วพร้อมกับการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตและเว็บ ทำให้หน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ได้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ในปัจจุบันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ครอบคลุมธุรกรรมหลายประเภท เช่น การโฆษณา การซื้อขายสินค้า การซื้อหุ้น การทำงาน การประมูล และการให้บริการลูกค้า

ความหมาย
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทุกรูปแบบโดยครอบคลุมถึงการซื้อขายสินค้า/บริการ การชำระเงิน การโฆษณาโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต

กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

• แอพพลิเคชั่นของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
• ปัจจัยทางการบริหาร
• โครงสร้างพื้นฐาน
• ประเภทสินค้าของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สำหรับสินค้าที่ซื้อขายในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จำแนกได้ดังนี้
สินค้าที่มีลักษณะเป็นข้อมูลดิจิทัล (Digital Products)
สินค้าที่ไม่ใช่ข้อมูลดิจิทัล (Non-Digital Products)
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มี 4 ประเภทหลัก ๆ คือ
-ธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business หรือ B to B)
-ธุรกิจและลูกค้า (Business to Consumers หรือ B to C))
-ธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government หรือ B to G)
-ลูกค้ากับลูกค้า (Consumers to Consumers หรือ C to C)
การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to B
โมเดลของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to B มีหลายแบบ ที่สำคัญได้แก่ Seller oriented marketplace, และ Intermedialy-Oriented marketplace

-Seller oriented marketplace
ตามโมเดลนี้องค์การจะพยายามขายสินค้า/บริการของตนให้แก่องค์การอื่นผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
-Buyer-Oriented Marketplace
โมเดลนี้มีจุดมุ่งหมายในการลดต้นทุนของสินค้าที่จะซื้อ หรือในตลาดที่มีการประมูลจากนั้นธุรกิจก็จะเสนอประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านไปยังเครือข่ายอินทราเน็ตของผู้ซื้อประกาศผู้ที่สามารถประมูลไปได้
-Intermedialy-Oriented marketplace
โมเดลนี้เป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยทำหน้าที่ในการสร้างตลาดขึ้นมา


พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to C
แอพพลิเคชั่นของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ B to C
-ร้านค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Retailing)
-การโฆษณา
-แคตตาล็อกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic catalog)
-ธนาคารไซเบอร์ (Cyberbanking) หรือ Electronic banking หรือ Virtual bangking
-ตลาดแรงงานออนไลน์ (Online job market)
-การท่องเที่ยว
-อสังหาริมทรัพย์
-การประมูล (Auctions)

ขั้นตอนการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต
ขั้นตอนของการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตแบบ B to B มี 5 ขั้นตอน คือ
-การค้นหาข้อมูล
-การเลือกและการต่อรอง
-การซื้อสินค้า/บริการทางอินเทอร์เน็ต
-การจัดส่งสินค้า/บริการ
-การบริการหลังการขาย

พฤติกรรมของลูกค้า
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีลูกค้าอยู่ 2 ประเภท คือ
-ตัวบุคคล
-องค์การ

การวิจัยทางการตลาด
การวิจัยทางการตลาดที่ต้องการหาแรงจูงในที่ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้า/ บริการบนอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้นโมเดลในการทำวิจัย เพื่ออธิบายพฤติกรรมของลูกค้า
โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิค (Technical Infrastructure)
การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องอาศัยฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์จำนวนมาก องค์ประกอบที่สำคัญ คือ เครือข่าย เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web server) การสนับสนุนเว็บเซิร์ฟเวอร์ และซอฟท์แวร์ที่ใช้ทำธุรกรรม และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์
-เช็คอิเล็กทรอนิกส์ (E-checks)
-เครดิตการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic credit cards)
-การจ่ายเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic cash หรือ Digital cash หรือ e-money)
-การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fund Transfer-EFT)
-การสนับสนุนการบริการอื่น ๆ ให้ลูกค้า
-มีเครื่องมือหลายประเภทที่ให้บริการลูกค้าออนไลน์ได้ เช่น
-เว็บเพจส่วนตัว (Personalized web Page)
-ห้องสนทนา (Chat rooms)
-อีเมล์ (E-mail)
-FAQs (Frequent Answers and Questions)
-ความสามารถในการติดตามงาน (Tracking Capabilities)
-ศูนย์โทรศัพท์โดยใช้เว็บ (Web-based call centers)

การรักษาความปลอดภัย
ความต้องการการรักษาความปลอดภัย (security requirements)
-ความสามารถในการระบุตัวตนได้ (Anthentication)
-ความเป็นหนึ่งเดียวของข้อมูล (Integriry)
-ความไม่สามารถปฏิเสธได้ (Non-repudiation)
-สิทธิส่วนบุคคล (Privacy)
-ความปลอดภัย (Safety)

วิธีการรักษาความปลอดภัย
-การใช้รหัส (Encryption)
-ใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic certificate)
-โปรโตคอล (Protocols)

ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีทั้งในระดับบุคคล องค์การ สังคม และระบบเศรษฐกิจ
-ประโยชน์ต่อบุคคล
-ประโยชน์ต่อองค์การ/ธุรกิจ
-ประโยชน์ต่อสังคม
-ประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ

ข้อจำกัดเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
-ข้อจำกัดด้านเทคนิค
-ข้อจำกัดด้านกฎหมาย
-ข้อจำกัดด้ายเศรษฐกิจ
-ข้อจำกัดด้านอื่น ๆ


ที่มา : http://www.bcoms.net/temp/lesson10.asp

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น